ประวัติการประกวด Miss World 2009

ในปี 1951 Eric Morley ทำงานให้กับ Mecca Group ได้ร่วม 5 ปี ในช่วงเวลา ที่ทุกคนประสบกับความยาก ลำบากหลัง สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงไปเพียง 6 ปี แต่ Eric ได้เล็งเห็นโอกาสอันดีในการสร้างสรรค์ ความ บันเทิงไปทั่วประเทศ

ในช่วงเวลานั้น เขาได้บริหาร Lyceum Ballroom ในโรงแรม Strand และเมื่อมีการจัดงาน the Festival of Britain ขึ้นที่ South Bank ตรงข้ามอีกฝั่ง ของแม่น้ำเธมส์ เขาก็เริ่มคิดหาวิธีการที่จะใช้เทศกาลอันยิ่งใหญ่ ที่จัดขึ้นใกล้แค่เอื้อมนี้ให้เกิดประโยชน์

เขาตระหนักว่าเขาจะต้องทำให้คนที่มาเที่ยวชมงาน เทศกาลนี้ข้ามสะพาน Waterloo มา โดยจัดการประกวด ความงามขึ้นในฮอลล์เต้นรำนั่นเองไม่เพียงแค่จัดการ ประกวดความงานแบบดั้งเดิม การประกวดครั้งนี้จะต้องขึ้น กับการจัด เทศกาลที่จัดขึ้นที่ South Bank เขาจึงคิดที่จะ เฟ้นหาสาวงามที่สุดในโลก ดังนั้นการประกวด Miss World จึงได้เกิดขึ้น การแข่งขันก็ได้ขยายใหญ่จนกลายเป็น กิจกรรมที่ยิ่งใหญ่ และเป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดในโลก

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
งามอย่างมีคุณค่า


กองประกวด Miss World ได้ตั้งกองทุนการกุศลเพื่อเด็กๆ ขึ้นกว่า 150 ล้านแห่งทั่วโลก ซึ่งมอบทุนให้กับองค์กรต่างๆ ได้แก่ Nelson Mandela Trust และ Variety Clubs International โดยนับเป็นการ ‘งามอย่างมีคุณค่า' ที่ริเริ่ม ขึ้นโดย Julia Morley กว่า 25 ปีมาแล้ว

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
การประกวด Miss Thailand World

ในปี พ.ศ. 2544 นับเป็นการพลิกประวัติศาสตร์การจัดการประกวด สาวงามในประเทศไทย เมื่อผู้นำความบันเทิงระดับแนวหน้าของเมืองไทย บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์จำกัด (มหาชน) ได้รับลิขสิทธิ์การจัดการประกวด “ มิสไทยแลนด์ เวิล์ด ” โดยฉีกรูปแบบการประกวดบนเวทีแบบดั้งเดิม ด้วยการจัดโชว์ตระการตาที่แหวกแนว ล้ำสมัยเป็นครั้งแรก และ นับเป็นสุดยอดนวัตกรรมบันเทิงบนเวทีประกวด

สาวงามผู้เข้าแข่งขันทั้ง 18 คนแสดงโชว์บนเวทีในรูปแบบของ ตามล่าหามงกุฎ (Quest for the Crown ) อันประกอบไปด้วย รูปแบบการแสดง ( Show Theme) 3 ชุดคือ 1. ผืนดิน (Land) นำเสนอโดยการใช้ฉากไล่ล่าด้วยมอเตอร์ไซด์ 2. สายน้ำ (Water) เป็นการแสดงฉากไล่ล่าท่ามกลางท้องทะเล โดย สปีดโบ้ท ( Speed Boat) และ เจ็ทสกี (Jet Ski) 3. อากาศ (Air) เป็นฉากต่อสู้และไล่ล่าด้วยเฮลิคอปเตอร์ ภายใต้รูปลักษณ์ใหม่ เน้นการแสดงบนเวที การร้องเพลง การเดิน การแสดงไหวพริบปฏิภาณ ในการตอบคำถาม และ “ ลดา เองชวเดชาศิลป์ ” เป็นผู้ครอบครองมงกุฎ “ มิสไทยแลนด์ เวิล์ด ” ประจำปี 2001

ถัดมาในปี พ.ศ. 2545 บนเวทีการประกวด มิสไทยแลนด์ เวิลด์ ยิ่งทวีความโดดเด่น ตระการตายิ่งกว่าเวทีประกวดทุกเวที ภายใต้คอนเซ็ปท์ อันทันสมัย “ รูปแบบ และ แฟชั่น ” (Style and Fashion) ที่แปลกแหวกแนว เน้นความบันเทิง แฟชั่น และ ดนตรี ผนวกกับความเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน ทำให้เวทีการประกวด มิสไทยแลนด์ เวิลด์ ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น และ “ ทิชา เหลืองไพโรจน์ ” ก็คือสุดยอดสาวงามผู้ครองมงกุฎ มิสไทยแลนด์ เวิลด์ประจำปี 2002

พ.ศ. 2546
เพื่อเฟ้นหาสาวงามผู้เพียบพร้อมเพียงหนึ่งเดียวขึ้นครองมงกุฎ มิสไทยแลนด์ เวิลด์ 2003 ภายใต้แนวคิด งามอย่างมีคุณค่า บุคลิกภาพสง่างาม มีความมั่นใจ ปฏิภาณไหวพริบอันชาญฉลาด (Personality And Intelligence) เป็นผู้หญิงยุคใหม่ผู้ประสบความสำเร็จจากการก้าวสู่เส้นทางความงาม โดยได้รับเกียรติจาก เมทินี กิ่งโพยม มิสไทยแลนด์ เวิลด์ ประจำปี 1992 ,สิรินยา เบอร์บริดจ์ มิสไทยแลนด์ เวิลด์ ประจำปี 1996 ,ลดา เองชวเดชาศิลป์ มิสไทยแลนด์ เวิลด์ ประจำปี 2001 และ ทิชา เหลืองไพโรจน์ มิสไทยแลนด์ เวิลด์ ประจำปี 2002 มาร่วมถ่ายภาพการประชาสัมพันธ์การประกวดในฐานะ ทูตความงามของเวทีการประกวด มิสไทยแลนด์ เวิลด์ 2003 ซึ่งในปีที่ผ่านมา “ เจนจิรา เกิดประสพ ” สาวสวยนักกีฬา ยิงธนูทีมชาติ สายเลือดไทย-สวีเดน คว้าตำแหน่งไปครอง

พ.ศ. 2547 เวทีมิสไทยแลนด์ เวิลด์ ก็ยังเดินหน้ามุ่งเฟ้นหาสาวงามผู้เพียบพร้อมทั้งรูปร่างหน้าตา และปฏิภาณไหวพริบอันดีเยี่ยม พร้อมทั้งประกาศสร้างสุดยอดนวัตกรรมบนเวทีประกวดอีกครั้ง ด้วยการฉีกรูปแบบจัดโชว์ตระการตา แหวกแนว ล้ำสมัย ผสมผสานความหลากหลายให้เป็นหนึ่งเดียว ทั้งเอกลักษณ์วัฒนธรรมความเป็นไทย และหลากหลายประเทศในแถบเอเชีย มาประยุกต์กับวัฒนธรรมตะวันตก ออกมาเป็นการแสดง 3 ชุดสุดยิ่งใหญ่ 1. การแสดงชุดสีสันตะวันออก (Color of Asia ) 2. การแสดงชุดสีสันบันเทิง (Color of Entertainment ) 3. การแสดงชุดสีสันแห่งราตรี ( Color of Night) และในปีนี้ “ นิกัลยา ดุลยา ” สาวใต้ตาคมเป็นผู้ครอบครองมงกุฎ “ มิสไทยแลนด์ เวิลด์ 2004

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
เส้นทางแห่งความสำเร็จ Miss Thailand World


MISS THAILAND WORLD คือความฝันของผู้หญิง ทุกคนที่คาดหวัง จะประสบความสำเร็จในชีวิต ได้รับการ ยอมรับในความสามารถ โดยมีเวทีการประกวด มิสไทย แลนด์เวิลด์ เป็นเส้นทางสู่ความสำเร็จ

2532 (1989)
- ปทุมรัตน์ วรมาลี
รองมิสเวิลด์ อันดับ 3 ในการประกวดมิสเวิลด์ ที่ประเทศอังกฤษ (มิสซิสฮาวาย ปี 2002)
- นริศรา สุริยวงษ์ (รองอันดับ 1)
Miss Maja Populardad 89 ในการประกวดมิสเวิลด์ ที่สาธารณรัฐโดมินิกัน

2535 (1992)

- เมทินี กิ่งโพยม
Miss Continental Queen of Asia ในการประกวดมิสเวิลด์ ที่แอฟริกาใต้

2536 (1993)
- พรนภา เทพทินกร (รองดันดับ4)
Miss Chinese international ที่ฮ่องกง

2537(1994)
- ปติญญา ทองศรี
นางงามมิตรภาพ ในการประกวดมิสเวิลด์ ที่แอฟริกาใต้
- พัชราภา ภักดีรัตน์ (รองอันดับ2)
รองอันดับ 1 มิสไชนิส อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ฮ่องกง

2538 (1995)
การประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ถูกยกเลิก เนื่องจากการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
- ไข่มุก ปิ่นดอกไม้ (รองอันดับ 4 / ปี 2537)
Miss Glamour ในการประกวดมิสไชนิส อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ฮ่องกง

2539 (1996)
- กุลสตรี โกญจนาวรรณ (รองอันดับ1)
รองอันดับ 1 มิสไชนิส อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ฮ่องกง

2540 (1997)

- ธัญญา สื่อสันติสุข
ติด 1 ใน 5 ของการประกวดมิสเวิลด์ ที่แอฟริกาใต้
- วรรณษา ทองวิเศษ (รองอันดับ2)
รองอันดับ 2 มิสไชนิส อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ฮ่องกง

2544 (2001)
- ลดา เองชวเดชาศิลป์
Miss Photogenic (ขวัญใจช่างภาพ) ในการประกวดมิสเวิลด์ ที่แอฟริกาใต้

2545 (2002)
- กุลยา ดวงมณี
มิสบิวตี้ สกิน อวอร์ด (นางงามผิวสวย) ในการประกวดมิสไชนิส อินเตอร์เนชั่นแนล เพเจ้นท์ 2003 ที่ฮ่องกง

2548 (2005)
- ธนิดา กาญจนวัตน์
first runner up Miss Chinese International 2005
 
© Copyright 2009 missthailandworld.net by BEC-TERO Entertainment Plc. All rights reserved. For more info, please contact: info@bectero.com